okasuma's profileOkasumaPhotosBlogListsMore Tools Help

Okasuma

~~The "O" World~~

Suthida Theerakhawong

Occupation
Location

Horoscopes

Loading...

Weather

Loading...
Photo 1 of 22
More albums (36)
October 20

ประชาธิปไตยของฉัน

 

         ประเทศไทยยังไม่พร้อมจะเป็นประชาธิปไตย ข้อความนี้ถ้าจำไม่ผิดเคยเจอในงานเขียนรางวัลซีไรท์ของคุณวินทร์ เรียววาริณ เรื่อง ประชาธิปไตยบนเส้นขนานตั้งแต่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ก็คิดมาตลอดว่าเมืองไทยก้าวกระโดดเร็วไปสำหรับระบบนี้ แล้วมันก็เป็นความจริงอย่างที่เคยคิดไว้

 

         ป๊าม๊าโครตสบายใจที่ตอนนี้มึงไม่อยู่เมืองไทย ไม่งั้นมึงต้องไปเย้วๆ กับเค้า กูต้องกลุ้มใจตายวันละหลายรอบ ประโยคนี้ไม่รู้ได้ยินกี่ครั้งต่อกี่ครั้งตั้งแต่พันธมิตรรวมตัวไล่ทักษิณ จนกระทั่งต้นเดือนที่กลับบ้านไปประโยคนนี้ก็ยังกรอกเข้าหู แต่ปฏิกริยาที่รู้สึกกับประโยคนี้มันต่างออกไปแล้ว ตอนสมัยทักษิณป๊าม๊าพูดไม่ผิดเลย ถ้าเราอยู่ไทยต้องไปรวมตัวขับไล่แน่นอน แต่เหตุการ์ณเมื่อต้นเดือนตุลาที่ผ่านมา มันตรงข้าม เราไม่คิดจะไปรวมตัวกับพันธมิตรเลย มันไม่ใช่เพราะเราอยู่ที่นี่นาน จนลืมจิตสำนึกของความเป็นคนไทย ที่ต้องรักษาไว้ซึ่งประชาธิปไตย เพราะตอนนี้สิ่งที่พันธมิตรเรียกร้อง ไม่ใช่ประชาธิปไตย แต่เป็นการเรียกร้องให้ได้มาซึ่งความต้องการของตัวเอง

 

         มองจากมุมมองคนนอก คิดมาตลอดว่า คนไทยทำอะไรกันอยู่? พันธมิตรกำลังเรียกร้องอะไร?”“คุณมีเข้าใจคำว่าประชาธิปไตยมากแค่ไหน? ถ้าเข้าใจแล้วรู้บ้างไหมว่าสิทธิ มันต้องมาพร้อมกับหน้าที่ การกลับบ้านไปเมื่อต้นเดือนมีอาเจ๊ อาซิ่มแถวบ้านก็ไปเย้วๆ กับพันธมิตร ทั้งๆ ที่แกไม่รู้หรอกว่าไปทำไม รู้แค่เกลียดทักษิณเลยไป อาซ้อบางคนลงทุนซื้อมะขามจากคนแถวบ้านไปแจกพวกพันธมิตรเพื่อเป็นกำลังใจ เพื่ออวดทุกคนให้รู้ว่าชั้นก็เป็นพันธมิตรแต่ไม่รู้หรอกว่าพันธมิตรเรียกร้องอะไรอยู่  อยากรู้ อยากถามพันธมิตรจริงๆ ว่าตอนนี้คุณเรียกร้องอะไรกันอยู่ จะมีสักกี่คนที่ตอบคำถามนี้ได้

 

         รัฐบาลชุดนี้ยังไม่เริ่มทำงานพวกคุณก็ไปรวมตัวกันที่รัฐสภา มันสมควรแล้วหรือ? คุณเคารพในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้บ้างไหม ถ้าคุณเป็นคนที่รักประชาธิปไตยจริง คุณต้องเรียกร้องสิทธิของคุณโดยครรลองที่ถูกที่เหมาะ คุณต้องเคารพในสถานที่ที่ซึ่งได้ชื่อว่าผู้แทนของคุณ (ของคนส่วนใหญ่ในประเทศ ซึ่งอาจจะไม่ใช่คนที่คุณต้องการ แต่ถ้าคุณเป็นนักประชาธิปไตย คุณต้องเคารพในสิทธิ์ของคนเหล่านี้) ทำงาน การบุกรุกเข้าไปในสถานที่แห่งนั้นหมายความว่าคุณเองนั่นแหละ ที่ไม่เคารพในประชาธิปไตย ไม่เคารพในสิทธิ์ของคนอื่นเอาเสียเลย แล้วอย่างนี้คุณยังจะเรียกร้องอะไรได้อีก คุณคิดไหมว่าถ้าพวกคุณชุมนุมกันในขอบเขตที่เหมาะที่ควร เหตุการณ์วันที่ 7ตุลา จะไม่เกิดขึ้นเลย คนไทยไม่ต้องเสียเลือดเสียเนื้อ ไม่ต้องแตกความสามัคคีกันขนาดนี้ หรือเพราะมีใครต้องการให้เกิดการนองเลือด  เลยเลือกที่จะเดินหน้าบุกเข้าไปในรัฐสภา?  แล้วคนเหล่านั้นเค้าต้องการอะไร? คนที่เค้าต้องการให้เกิดเรื่องแบบนี้ทุกวันนี้เค้าเสียแขนหรือเปล่า หรือขาขาดเหมือนพวกคุณมั๊ย? หรือเค้ายังคงยืนถือไมค์เป่าหู จูงจมูกคุณด้วยอวัยวะครบสามสิบสอง? ส่วนคนที่เฮโรตามเค้าเข้าไป เคยหยุดคิดมั๊ยว่ามันควรหรือเปล่า? มีความคิดเป็นของตัวเองบ้างมั๊ย หรือต้องโดนคนอื่นเค้าจูงจมูกตลอด? อย่ามุดหัวอยู่กับการชักนำของคนอื่น เปิดตามองดูความจริง ถามตัวเองสักนิดว่า ชั้นบุกเข้าไปในรัฐสภาทำไม สิ่งที่ชั้นทำมันถูกมั๊ย

 

         เหตุการณ์สูญเสียชีวิตในการแต่ละครั้งมันไม่อยากให้มีใครเกิดขึ้นมา เราเป็นคนหนึ่งที่ศรัทธาในวีรชน 14ตุลา ทุกคนยอมเสียสละ เพื่อให้ประเทศไทยได้มาซึ่งประชาธิปไตยอย่างแท้จริง แต่พันธมิตรไม่ใช่ คุณไม่ได้เป็นวีรชนที่ควรยกย่อง เพราะสิ่งที่พวกคุณเรียกร้องไม่ใช่ประชาธิไตย แต่เป็นการเรียกร้องเพื่อสนองความต้องการของตัวเอง คุณนำความสูญเสียมากมายมาสู่ประเทศเพียงเพื่อตอบสนองความต้องการส่วนตัว ถ้านายกคนนี้ลงไปแล้ว มีคนใหม่ขึ้นมา เป็นคนของพรรคการเมืองเดิม พวกคุณก็ยังคงเดินหน้าชุมนุมต่อไปอยู่ดี ต่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ ถ้าเป็นพรรคเดิม มันก็ไม่สนองความต้องการของคุณ พวกคุณก็หยุดการเรียกร้อง ยังคงเดินหน้าต่อไป แล้วอย่างงี้เมื่อไหร่วงจรอุบาตว์นี้จะสิ้นสุดเสียที ต้องรอให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลเท่านั้นใช่ไหม พวกคุณถึงยุติเรื่องราวทั้งหมดนี้ แล้วคืนสภาวะปกติให้แก่ประเทศชาติอันเป็นมาตุภูมิของพวกคุณ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงพวกคุณยังเขลา ยังต้องเรียนรู้จักคำวำประชาธิปไตยให้ลึกซึ้งกว่านี้

 

         วันก่อนได้อีเมล์จากเพื่อนที่forwardต่อๆ กันมา เป็นเรื่องเล่าในเหตุการณ์ของคนคนหนึ่งที่บรรยายถึงความเลวร้ายของตำรวจ แต่อันนั้นไม่ใช่ประเด็นที่เราสนใจ พูดตามตรงเราไม่อยู่ตรงนั้นเราไม่รู้ว่าใครผิดใครถูก ใครทำร้ายใครก่อน ที่สิ่งที่เราอ่านแล้วสะดุดคือ เจ้าของอีเมล์ทนไม่ได้ที่ตำรวจทำร้ายพันธมิตร เลยเข้าไปรวมกลุ่มกับพันธมิตรในวันรุ่งขึ้น มันแสดงให้เห็นว่า คุณไม่ได้มีอุดมการณ์เดียวกับแกนนำพันธมิตร แต่คุณไปเพราะความแค้น ความเกลียดชัง คุณรู้บ้างไหมว่าความแค้นความเกลียดชังจะนำมาซึ่งความหายนะ คิดในทางกลับกันถ้าลุกหลานของตำรวจที่ถูกทำร้ายคิดเหมือนเจ้าของอีเมล์นี้ แล้วประเทศไทยจะเป็นอย่างไร? ถ้าประเทศไทยมีคนที่ขาดสติอย่างนี้ซะครึ่งประเทศ ประเทศของวิบัติในเร็ววัน

 

         สิ่งที่เสียความรู้สึกคือระบบการเมืองไทยที่ย่ำอยู่กับที่ไม่ไปไหน เพราะนักการเมืองไร้ซึ่งความรับผิดชอบ พรรคการเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นพรรคการเมืองเก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย มีผู้นำหนุ่มที่ทันสมัย แต่กลับไม่มีความรับผิดชอบในหน้าที่ คุณเป็นพรรคฝ่ายค้าน มีหน้าที่ตรวจสอบนโยบายที่รัฐเสนอ คัดค้านถ้าคุณเห็นว่ามันมีส่วนบกพร่องตรงไหน แต่วันที่ 7 ตุลาที่ผ่านมา คุณเหมือนลืมหน้าที่ของคุณไป ว่าคุณต้องไปทำหน้าที่ที่ประชาชนมอบหมายให้คุณมา คนตั้งมากมายเลือกคุณมาให้ไปตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลแทนพวกเขา แต่คุณทำอะไร? ไม่เข้าร่วมประชุม เพราะตำรวจทำร้ายพันธมิตร อันนี้เป็นหน้าที่ของคุณหรือเปล่า? คนตั้งมากมายเลือกคุณมาเพื่อให้คุณทำในสิ่งเหล่านี้หรือ? เสียดายที่เคยศรัทธาในพรรคการเมืองเก่าแก่ เสียความรู้สึกกับผู้นำที่เคยคิดว่าเป็นนักการเมืองมุมมองใหม่ เสียใจที่การเมืองไทยยังย่ำอยู่กับที่ เพราะนักการเมืองไทยไม่ว่ารุ่นไหนก็ยังเห็นการเมืองเป็นแค่ เกมการเมือง

 

         ถ้าพันธมิตรเป็นฝ่ายชนะ คุณรู้บ้างไหมว่าชัยชนะของคุณแลกมาด้วยอะไรบ้าง? ผู้โดยสารบนสายการบินไทยที่บินจากกวางเจามาไทยร้อยกว่าชีวิต  ลดลงเหลือสิบห้าชีวิตทันทีที่พันธมิตรบุกยึดสนามบินภูเก็ต ที่สำคัญสิบห้าชีวิตที่เหลือเป็นคนไทยทั้งหมด เพราะทางการจีนประกาศให้ประเทศไทยเป็นเขตอันตรายไม่ควรเข้าไป  คนต่างชาติคิดกันไปแล้วว่าคนไทยฆ่ากันตายเหมือนผักเหมือนปลา หลายประเทศเข้าใจว่าการกระทำของพวกคุณมีสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่เบื่อหลังอันนี้เป็นเรื่องที่เรารับไม่ได้ที่สุด ที่สถาบันสูงสุดของประเทศถูกพาดพึงถึง นั่งเพราะคำประกาศอย่างกำกวมของแกนนำพวกคุณ ที่แย่กว่านั้นคือความแตกแยก ความร้าวฉานที่พวกคุณสร้างให้กับสังคมไทย ถ้าประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่พันธมิตรเรียกร้อง ถ้าชัยชนะเป็นสิ่งที่พันธมิตรต้องการ คุณไม่มีวันได้มันมาเพราะคุณเหยียบย่ำประชาธิปไตยด้วยเท้าของพวกคุณเอง  

 

         ทุกวันนี้แค่โจรก่อการร้ายภาคใต้ก็ทำให้ประเทศไทยวุ่นวายพออยู่แล้ว ทำไมไม่หยุดแค่นี้ แล้วหันกลับมาใช้วิธีถูกต้องตามครรลองระบอบประชาธิปไตย สร้างสันติให้เกิดในผืนแผ่นดินไทยที่คุณรัก ถ้าใครต่อใครเรียกร้องประชาธิปไตยในแบบที่คุณกำลังทำอยู่ รัฐธรรมนูณและกฎหมายคงไร้ซึ่งความสำคัญ เพราะกฎหมู่ดูจะยิ่งใหญ่และมีพลังมากกว่า ถ้ากฎหมู่ถูกสร้างมาด้วยอำนาจเงิน แล้วประเทศไทยจะเหลืออะไร คนมีเงินจะครองประเทศอย่างแท้จริง เมื่อนั้นพวกคุณๆ นั่นแหละที่จะไม่มีแผ่นดินซุกหัวนอน

 

         มีความคิดเป็นของตัวเองกันหน่อย เคารพความคิดของคนอื่นกันบ้าง มองโลกหลายๆ ด้าน อย่าอยู่แต่ในกะลา อย่าให้ใครครอบงำ ชัยชนะมันไม่ได้มาด้วยกำลังหรือมาด้วยคนส่วนมากเท่านั้น มันยังมีวิธีอื่นอีกมากมาย 14ตุลา ถึงจะเป็นตัวอย่างของชัยชนะที่ได้มาเพราะการต่อสู้ของคนจำนวนมาก แต่ก็แลกมาด้วยการสูญเสียไม่น้อยเช่นกัน เวลาผ่านไปสามสิบกว่าปีประเทศอื่นๆ เค้าเลิกใช้กำลังกันแล้ว ทำไมคนไทยยังใช้กำลังต่อสู้กันอยู่ ทำไมไม่รู้จักใช้สมองกันบ้าง มันไม่มีทางอื่นแล้วหรือที่จะทำให้ทุกฝ่ายลงตกลงกันได้อย่างสันติ

 

         ประชาธิปไตยของฉัน มันไม่ใช่ของฉันคนเดียว แต่มันเป็นของทุกๆ ฉัน ที่เกิดบนผืนแผ่นดินไทย คุณเคารพ ฉันอื่นๆ แค่ไหน มันสะท้อนออกมาที่การกระทำของพวกคุณ ถ้า ฉัน อื่นใดไม่สำคัญเท่ากับตัว ฉัน ความคิดฉัน แล้วหายนะคงเกิดกับประเทศอันเป็นที่รักของคุณไม่ช้าก็เร็ว

 

ขอไว้อาลัยให้กับประชาธิปไตยที่ไร้คุณค่าในสายตาคนไทย

 

 

ปล. มันเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของเรา ใครจะด่า ใครจะว่า ใครจะไม่เห็นด้วยเราไม่ว่า แต่ขอให้มันจบแค่ในนี้ เจอหน้ากันเราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก

June 07

โดดเดี่ยว ผจญมาร ท่ามกลางสายพิรุณ

เคยทำใจ

เคยปล่อยให้มันเป็นไป

เคยไม่เก็บมาใส่ใจ

แต่ที่เธอทำกับฉันมันมากเกินไป

เกินกว่าคนแข็งแกร่งอย่างฉันจะยอมรับได้อีกต่อไป

เพราะฉันอยู่อย่างเดียวดาย

เพราะฉันไม่มีใคร

เพราะฉันอยู่ห่างไกล

เธอจึงทำลายฉันตามใจชอบ

สิ่งที่เธอทำเรียกว่าการกระทำของลูกผู้ชายหรือ?!?!?!?

 

การใช้ชีวิตอยู่ต่างเมือง เราต้องยอมรับความแตกต่างในหลายเรื่อง ระยะเวลา 3 ปีในประเทศนี้ ฉันควรจะทำใจกับสิ่งต่างๆ ที่มันเป็นไป แต่ความรู้สึกทุกอย่างมันย่อมมีขีดจำกัด ฉันไม่ใช่พวกไม่ฟังเหตุผล แต่ฉันก็มีเหตุผลของฉัน ฉันยอมเธออย่างง่ายดายเพียงเธอฉันด้วยคำพูดดีๆ กริยาที่ให้เกียรติฉัน เหตุผลที่เธอหยิบยกมา ฉันจะพิจารณาด้วยเหตุผล ไม่ใช้อารมณ์ ขอเพียงเท่านี้ ฉันยินดีทำตามที่เธอขอมาเสมอ

Saturday 7 June 2008, 19.20PM. เป็นเวลาที่โลกหมุนให้เรามาเจอกันเป็นครั้งแรก บางคนอาจคิดว่าเป็นบุญพาวาสนาส่งที่ทำให้คนคนหนึ่งในจำนวนหลายพันล้านคนได้มารู้จักกัน สำหรับฉันกับเธอมันคงเป็นบาปกรรม(มหันต์)แต่ชาติปางก่อน ที่ฉันเคยทำไว้กับใครหรืออะไรซะอย่าง จนทำให้ฉันต้องมาพบกับคน(ขับแท็กซี่ห่วยๆ)อย่างเธอ เราพูดจากันด้วยดีมาตลอดเวลาสิบนาทีที่ฉันต้องอาศัยเธอไปส่งเพื่อนแถวถนนนานกิง แต่เมื่อเพื่อนฉันลงไปแล้ว หน้ากากสุภาพบุรุษ(พุงโย้ ตาตี่ ขี้เหร่)อย่างเธอก็เผยโฉมออกมา เพียงเพราะฉันไม่ยอมทำตามที่เธอบอก แปลกหรือที่ฉันมีทางเดินที่ฉันเลือก(วิ่งถนนด้านล่าง) เป็นทางเดินที่แตกต่างไปจากเธอ(วิ่งทางยกระดับ) ทำให้เธอต้องไล่ฉันออกจากชีวิต(ไล่ลงจากรถ)ทั้งๆ ที่เราพบกันไม่ถึงสิบนาทีดี ด้วยเหตุผลเพียงเพราะว่าฉันไม่เลือกทางเดินตามที่เธอกำหนด แต่เมื่อฉันยินยอมทำตามที่เธอขอ(ขึ้นทางยกระดับก็ได้วะ) เธอกลับไม่พอใจ แล้วขับไสฉันอย่างไร้ปราณี(ไล่ลงจากรถลูกเดียว)แล้วอย่างนี้จะให้ฉันทำอย่างไร ในวันฝนตก ในเมืองซิวิไรต์(แต่วัตถุ) ฉันจะหันไปพึ่งพาใครได้ ฉันจะยอมจากไปหากเธอมีเหตุผลที่เหมาะที่ควร เหตุผลที่ฉันยอมรับได้(ไม่ใช่บอกว่าหิว จะกลับไปกินข้าวเลยไม่ไปส่ง) ไม่ใช่ฉันจะอยากกักตัวเธอไว้(ไม่ได้พิสวาสซักนิด) แต่ฉันไม่มีทางที่ดีกว่านี้ เรื่องระหว่างเรามันแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วหรือ ในเมื่อฉันเป็นฝ่ายยินยอมทำตามคำเรียกร้องของเธอ แต่เธอกลับผลักไสฉันอย่างไร้ปราณี ถ้าเป็นอย่างนี้ฉันก็จะไม่ยอมเช่นกัน ไม่มีเหตุผลที่ฉันต้องปล่อยเธอไป (เพื่อหารถคันใหม่) ฉันยื้อ (ไม่ยอมลงจากรถ) จนถึงที่สุด มันไม่ใช่เพราะฉันขาดเธอไม่ได้ แต่เป็นเพราะฉันจะไม่ยอมเธออีกต่อไป เหตุผล(ธุเรศๆ)ที่เธอยกมา(เพื่อถีบหัวส่ง) ฉันยอมรับมันไม่ได้ มันไม่ใช่เหตุผล แต่เป็นข้ออ้างเสียมากกว่า(หิวแค่สามสิบนาทีคงไม่ถึงตายหรอก)

เมื่อฉันจนหนทาง ฉันต้องการคำปรึกษาจากใครซะคน(ญาติที่นี่) คนที่เขาจะทำให้ฉันไม่ถูกเธอข่มเหงอีกต่อไป  ฉันตัดสินใจทำตามคำแนะนำของบุคคลนั้นอย่างไม่รีรอ เป็นครั้งแรกที่ฉันยิ้มออกว่าจะมีพระเอกตัวจริง(ตำรวจ)ก้าวเข้ามาในชีวิตฉัน ทำให้ฉันหลุดพ้นจากการบีบบังคับจากเธอเสียที(แกจะต้องไปส่งฉัน) แต่มันก็เป็นแค่ความเพ้อฝัน ในเมื่อสุดท้ายฉันก็เป็นฝ่ายแพ้เธอ ต้องยอมปล่อยเธอไป แล้วเดินไปตามทางของฉัน(หารถคันใหม่) โดยที่เธอไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรกับการกระทำของตัวเองเลย(ทำหน้ากวนตีนใส่ได้อีก) ฉันโกรธเธอ ฉันเกลียดเธอ อารมณ์ด้านลบต่างๆ พุ่งไปที่เธอเพียงผู้เดียว

แต่ตอนนี้ฉันกลับมานั่งคิด ฉันไม่โกรธเธอ ไม่เกลียดเธอ แต่สมเพศเธอเสียมากกว่า ไม่แปลกใจที่ชีวิตเธอดักดานอยู่ได้เพียงเท่านี้ ชีวิตที่ย่ำอยู่กับที่ แล้วมันก็คงจะเป็นอย่างงี้ตลอดไป ฉันอโหสิกรรมให้กับคนไร้วัฒนธรรมอย่างเธอ คนที่ไม่เข้าใจความหมายของคำว่า บริการ ไม่มีหัวใจของ ผู้ให้บริการ

 

เรื่องย่อ(อย่างยาว): นั่งแท็กซี่จากyuyuanจะกลับบ้าน ระหว่างทางไปส่งเพื่อนก่อน แท็กซี่ มัน (มีสรรพนามธุเรศกว่านี้ได้อีกมั๊ย?) ก็ไปส่ง แต่ระหว่างทางจะให้แวะไปดูนู่นดูนี่.... มัน ท่าจะบ้า ฝนตกอย่างงี้ใครจะไปเที่ยว พอเพื่อนลงเรียบร้อย มันก็หาทางถีบฉันลงจากรถทันที เพราะเส้นทางที่ฉันจะไปกับเส้นทางที่มันคิดต่างกัน แต่สุดท้ายขี้เกียจเถียงเลยยอมขึ้นทางยกระดับก็ได้วะ แต่ มัน กลับบอกว่าไม่ไปแล้ว มัน หิวข้าว ให้ฉันลงจากรถแล้วหารถคันใหม่ โอ้ว... ปากหรือ รูตูด (ที่ไม่มีเส้นประสาทของสมองสั่งการ) นั่นที่พูดออกมา ฝนตกอย่างงี้ เส้นทางนี้คงหารถได้อ่านะ  ต่อให้หาได้จริง ทำไมฉันต้องเปลี่ยนรถด้วย????

ก็แค่ไปส่งฉัน มัน คงไม่หิวตายระหว่างทางหรอก แต่เป็นเพราะความ มักง่าย มักมาก ของ มัน มากกว่าที่ไม่ยอมขับรถไกลๆ ด้วยความคิดที่ว่านิสัย(เน่าๆ)เสียๆ ของคุณควรได้รับการ บำบัด เสียที ฉันจึงไม่ลงจากรถ ยังไงก็ต้องไปส่ง ก็ มัน รับฉันมาแล้วนี่ จะเอาข้ออ้าง (กระหลั่วสั่ว) อย่างงี้มาพูดได้ยังไง ถ้าเป็นคนที่เขามีความคิด ใช้สมองมากว่า ลำไล้เล็ก เขาก็คงไปส่งแต่โดยดี แต่อย่างว่าถ้า มัน มีความคิดจริง ชีวิตมันคงไม่ดักดานขับรถสีแดงอย่างงี้หรอก (อย่างน้อยต้องขับda zhong  大众 รถที่มีสถาบันกว่านี้)

มัน จอดรถเข้าข้างทาง ฉันก็โทรศัพท์แจ้งความเหมือนกัน เป็นไงเป็นกัน ให้มันรู้ว่า Customer is the king เป็นยังไง แต่ลืมไปว่าที่นี่ที่ไหน มันรู้จักแต่ TAXI DRIVER is the king มัน ทำหน้ากวนตีนตลอด แล้วหันไปฟ้องคนนู้นคนนี้ว่าฉันพูดจาเสียงดังกับมัน วันหลังฉันคงต้องเอาเครื่องวัดความดัง ไปวัดว่าเดซิเบลของใครดังกว่ากัน เผื่อ มัน จะเจียมขึ้นมาบ้าง

ตำรวจมาถึงฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้วสรุปว่าฉันมีเหตุผล ถ้า มัน หิวจนขับไม่ไหว ก็ไม่ควรรับฉันตั้งแต่แรก แต่พอคุยกับ มัน เสร็จหันกลับมาสรุปกับฉัน กลายเป็นว่าเรื่องเล็กน้อย ทำไมฉันไม่ยอม?!?!?!?!?!? นั่นสิ เรื่องเล็กน้อยทำไม มัน ไม่ยอม ไม่มีใครคิดแบบนี้บ้างว่า ไอ้การที่มันมานั่งเถียงนั่งรอตำรวจกับฉันเนี่ย ถ้า มัน หิวเจียนตายจริงๆ ฉันคงเป็นฆาตรกรที่ฆาตกรรมโดยไม่เจตนาไปแล้ว มัน ก็แค่เห็นแก่ได้ เห็นแก่ความสบาย และเห็นแก่เงินเลยไม่ยอมขับรถไกลๆ ฉันโมโหเจียนตายที่ฉันกลายเป็นคนต้องยอมถอยให้ แต่เอาเหอะ ถ้ามันเป็นคนขยันทำมาหากิน ชีวิตมันคงไม่เป็นแค่ผู้ชายหน้าตาห่วยๆ มารยาททรามๆ ความคิดสั้นๆ ที่ต้องดักดานอยู่กับที่อย่างงี้ไปจนตาย วันๆ หารายได้กับเศษเงินจากการวิ่งรถระยะสั้น (ก็เข้าใจว่าระทางที่มันยอมเดิน ก็ สั้น พอๆ กับความคิดของ มัน)

อโหสิกรรมคงเป็นทางเดียวที่ฉันทำได้ ทำใจคงเป็นสิ่งที่ควรทำต่อมา กลับเมืองไทยถ้าทนไม่ไหวจริงๆ (แต่ต้องทนเรียนให้จบก่อน) อีกนานไหมกว่าภาคบริการของที่นี่จะได้รับการยกระดับ ไม่ต้องเทียบเท่าตึก Jingmao Tower金茂大厦 ไม่ต้องเสียดฟ้าอย่าง Shanghai world finance building 国际金融中心 ขอให้มันสูงกว่าที่เป็นอยู่ซะระยะกบกระโดด มันก็คงทำให้ภาคบริการที่นี่ดูดีขึ้นเยอะ  

 

ฤๅ เพราะฉันเป็นชาวต่างชาติ

ฤๅ เพราะฉันเป็นเพียงผู้หญิงที่เดินทางคนเดียว

ฤๅ เพราะหัวของฉันไม่เป็นสีทอง

มัน จึงทำกับฉันอย่างไม่รู้สึกสำนึก

May 29

1 เดือน 1 สัปดาห์

1 เดือน 1 สัปดาห์ กับชีวิตคนทำงานเต็มตัว
1 เดือน 1 สัปดาห์ กับเกมเก้าอี้ดนตรีตอนเช้า
1 เดือน 1 สัปดาห์ กับสภาพตลาดบนรถเมล์
1 เดือน 1 สัปดาห์ กับถ่ายทอดสดกรีฑาในตอนเย็น
1 เดือน 1 สัปดาห์ กับสภาพสวยเช้าโทรมเย็น
 
หลายคนพอเริ่มทำงานครั้งแรกก็มักจะบรรยายเรื่องเกี่ยวกับที่ทำงาน เพื่อนร่วมงาน หรืองานของตัวเอง แต่นั่นมันธรรมดาไปสำหรับชีวิตการทำงานที่นี่ 1 เดือน 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาต้องตื่นตั้งแต่ก่อน 7โมงเช้า ทั้งๆ ที่เข้างานตอน 10 โมง มันก็เป็นเรื่องธรรมดาเหมือนชีวิตคนในกรุงเทพฯ แต่ที่ต่างกันคือสภาพของผู้ร่วมเดินทางมากกว่า เราจะเจอคนประเภทต่างๆ มากมายที่อาจหาได้ในกรุงเทพฯ เมื่อ 10 ปีก่อน
 
นางพญาเปรต: เป็นจำพวกที่หุ่นสวย รูปร่างดี ไม่ได้อ้วน ไม่ได้ต้องการพื้นที่ในการยืนมากมาย แต่เธอก็จะกางมือ 180 องศาเพื่อยึดเหล็กสองข้างไว้ ประหนึ่งว่า ที่นั่งละแวกนี้ของข้า ใครอย่ามาแหยม ทั้งๆ ที่ยังมีคนอีกที่มากที่อัดอยู่หน้าประตู แต่เจ๊แกก็ไม่สน จะจองที่นั่งซะอย่างใครจะทำไม
 
พวกขาที่สาม: ต่างจากมือที่สามยังไง ต่างกันตรงที่ว่าพวกนี้ไม่ได้สร้างความแตกแยกให้ใคร แต่จะช่วยแก้ปัญหา โดยการสอดขาของเขา มาระหว่างขาของคนสองคนที่เกรงใจกันอยู่ นึกออกไหมเวลาที่มีคนลุกออกแล้วคนสองคนยืนอยู่แถวนั้น ด้วยความเกรงใจก็จะมองหน้ากันแล้วพูดกันทางสายตาว่า “เชิญนั่งค่ะ” แต่ยังคุยกันไม่จบดี ขาที่สามก็สอดมาระหว่างกลางแล้วลงไปนั่งหน้าตาเฉย แล้วมองหน้าเราด้วยอาการที่ว่า “ก็โง่เอง มัวแต่ไม่นั่งกันอยู่ได้” ซึ่งระยะเวลาที่เกิดขึ้นกินเวลาไม่ถึง 5 วินาที พวกขาที่สามสี่ห้าหกนี้มีให้เห็นทั่วไป
 
เด็กประถมวัย: อย่าเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเด็กจริงๆ แต่มันเป็นจำพวกคนที่ทำให้เราย้อนนึกไปถึงสมัยเด็กๆ ที่มักจะเล่นเกมเก้าอี้ดนตรีกันในช่วงเวลากิจกรรม ช่วงเวลาเช้าๆ บนรถเมล์ก็เป็นกิจกรรมของเด็กประถมวัย (น้อย-มาก) ทั้งหลาย พอรถเมล์ประกาศ “สถานี....ถึงแล้ว” (สถานีนี้คนลงเยอะมาก) มันเหมือนกับคุณครูปิดวิทยุเพื่อให้เด็กแย่งเก้าอี้กัน สิ้นเสียงประกาศทุกคนจะมองซ้ายมองขวา ดูว่ามีใครลุกบ้างแล้วจะสอดขาไปนั่งทันที อาการนี้มีให้เห็นทั่วไปในยามเช้า ในรถเมล์ทุกสาย ถ้านั่งเก้าอี้ตัวเดียวกันมันต้องมีคนออก แน่นอนว่ามันเหมือนเกมเก้าอี้ดนตรีจริงๆ ตรงที่ไม่มีใครยอมแพ้ ไม่มีใครยอมลุก สุดท้ายก็ทะเลาะกัน อย่างกับในตลาดสด
 
นักกรีฑาระยะสั้น: เป็นโชคดีที่บริษัทอยู่เกือบต้นสาย เวลากลับบ้านเลยมีที่นั่งไม่ต้องแย่งกับใคร หลายเรื่องทีเกิดขึ้นเลยกลายเป็นเรื่องขำไป ถัดจากบริษัทมาหนึ่งป้ายเป็นป้ายที่คนขึ้นเยอะมาก มันก็เป็นเรื่องปกติถ้าคนจะแย่งกันขึ้นรถ (ถ้าไม่แย่งกันสิแปลก) แต่พอขึ้นรถได้แล้วทุกคนจะวิ่งๆๆๆๆ (วิ่งบนรถ) เพื่อจองที่นั่งกัน ถ้าเราต้องขึ้นป้ายนั้นคงไม่ขำ แต่นี่เป็นคนดู ดูอยู่ทุกวัน ยิ่งดูยิ่งขำ จะวิ่ง จะแย่งอะไรกันขนาดนั้น ไม่แปลกใจที่คนจีนเป็นนักกีฬาเหรียญทอง เพราะชีวิตประจำวันฝึกฝนกันอย่างหนักหน่วงอย่างงี้นี่เอง
 
พวกมือไม่ยาวแต่สาวทัน: แน่นอนว่าใครมือยาวสาวได้สาวเอาใช้ไม่ได้กับที่นี่ เพราะสาวที่นี่เขาไม่สาวที่นั่งกัน แต่เข้าเหวี่ยงกระเป๋าจองที่นั่งกันเลย ทั้งๆ ที่ที่นั่งอยู่ข้างหน้าเรา แต่เพราะแรงโน้มถ่วงของโลกที่ดึงดูดก้นเราไม่เท่ากับความแรง เร็ว และแม่นยำของกระเป๋าที่โยนมาในระยะ 3 เมตร ทำให้คนที่ยืนอยู่ข้างหน้าเก้าอี้แท้ๆ กลับไม่ได้นั่ง แรกๆ ก็งงกับการกระทำแบบนี้ ทำไมไม่มีใครตำหนิเลยเหรอ แต่พอมองๆ ไปมันเป็นเรื่องปกติที่สาวที่นี่ (รวมทั้งผู้ชาย) ถือกระเป๋ากันทุกคนที่แท้ก็เพื่อประเด็นนี้นี่เอง
 
พวกมือยาวแต่ไม่ยื่น: อย่าคิดว่าเป็นพวกที่ต่างจากด้านบน พวกนี้เป็นพวกที่มือไม่ถือของ มีที่ยืนอย่างมั่งคง แต่ไม่คิดจะยื่นมือออกไปช่วยคนอื่นรับเงินส่งให้คนเก็บเงิน แล้วคนที่ต้องช่วยกลับเป็นคนที่ถือของพะรุงพะรัง การช่วยส่งเงินเนี่ยจะทำให้กล้ามแขนเข้าขึ้นกันเหรอไง ถึงได้เมินเฉยไม่มีน้ำใจกันอย่างงี้
 
สุภาพบุรุษกางเกง M3: มันไม่ใช่กางเกงยี่ห้อ M3 แต่มันเป็นกางเกงที่ติดกาว M3 ไม่ว่าคุณจะแก่ หัวจะหงอก หลังจะค่อมแค่ไหน ผมก็ลุกให้คุณไม่ได้เพราะกางเกงผมติดกาวคุณภาพดีไว้ คนที่นี่แน่ว่าบ้านเรา เพราะเขาไม่ต้องแกล้งนอน ไม่ต้องแกล้งมองไม่เห็น ก็มอง ก็เห็นอยู่ แต่ไม่ลุกเสียอย่างใครจะทำไม
 
เงาะป่า: อาจเป็นเพราะคนเหล่านั้นลำตัวชุบด้วยทองแล้วซ่อนรูปอย่างเงาะเป่า เราเลยไม่อาจมองจากภายนอกได้ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ไม่โดนหรือสัมผัสคนเหล่านั้นจะรู้ได้ทันทีว่าคนนี้แหละสังข์ทองผู้ซ่อนร่างในคราบคนธรรมดา เพียงเพราะรถเบรกแล้วไปสัมผัสถูกเธอ หรือแม้แขนกระทบโดยไม่ตั้งใจ เธอก็จะร้องจิ๊ จ๊ะ ขึ้นมาทันที ราวกับกลัวว่าเกร็ดทองที่เคลือบกลายจะหลุดลอกออกไป จริงๆ เธอน่าจะลอกทองในกายไปขายแล้วซื้อรถมาขับเอง จะได้ไม่ต้องมานั่งเบียดบนรถเมล์อย่างนี้
 
ลูกอาเสี่ยร้านสเตอริโอ: จริงๆ ร้านป๊าแกอาจจะไม่ใช่ร้านสเตอริโอเต็มตัว อาจขายปนๆ กันระหว่างสเตอริโอกับโทรศัพท์มือถือ กู้รู้ว่ามีมือถือใช้ ไม่ต้องโชว์โดยการเปิดเพลงดังลั่นก็ได้ เพราะสไตล์การฟังเพลงของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ที่สำคัญมันหนวกหู ไม่ฟังเพลงซะ 15 นาทีจะลงแดงมั๊ย ถ้าคนจำนวนพวกนี้เพิ่มมากขึ้น มันเป็นโอกาสทางการค้าที่ดีที่จะเอาหูฟังขึ้นมาขายบนรถ เผื่อใครรำคาญจะได้ซื้อไปบริจาคให้ลูกอาเสี่ยเหล่านั้น
 
นี่เป็นเพียงคนส่วนใหญ่จำพวกหนึ่งที่เจอมาตลอด 1 เดือน 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา มันอาจดูเกินจริงในความรู้สึกใครที่ได้อ่าน แต่สำหรับความรู้สึกของคนไทยที่นี่ที่ได้รู้จักกัน ไม่มีใครคิดต่างกันไปเท่าไหร่ เรื่องพวกนี้ทำให้หงุดหงิดใจได้เสมอ แต่หงุดหงิดไปก็เท่านั้นเพราะมันคงแก้อะไรไม่ได้ ทำได้ก็แค่มองให้เป็นเรื่องขำๆ
 
สำหรับใครที่อยู่เมืองนี้แล้วได้ดูโฆษณาใน ICS เกี่ยวกับเรื่องการขึ้นรถเมล์ รถแท็กซี่ ลงบันไดเลื่อนในรถไฟใต้ดิน การแสดงความมีน้ำใจ ไม่รู้จะมีใครคิดเหมือนกันหรือเปล่าว่ามัน FAKE สิ้นดี อยากจะคิดว่ามันเป็นการรณรงค์ แต่ทำไมไม่ออกอากาศในช่องทั่วไป แต่กลับออกอากาศเฉพาะช่องภาษาอังกฤษที่มีแต่คนต่างชาติดู อย่างงี้จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมคนได้จริงเหรอ!!!
 
ถ้ามี สคบ. ที่นี่ โฆษณานี้จะโดนถอดออกไหมเนี่ย!!!
April 05

สักวันฉันจะเปิดใจ บอกให้เธอรู้ไว้ ว่าเธอไม่ใช่ศูนย์กลางใจของใครทุกคน

 

บางครั้งบางเรื่องเราคิดแต่ก็ไม่ควรพูดออกไป เพราะเหตุผลอะไรหลาย ๆ อย่าง แล้วสิ่งที่เราคิดว่าไม่ควรพูดไป เพราะเหตุใดเราถึงไม่พูด มันมีเหตุผลล้านแปดที่เราคิดว่าเราไม่ควรทำอย่างนั้น แต่จริงๆ แล้วเหตุผลมันเป็นแค่ข้ออ้างที่เรายกขึ้นมาเพื่อสมมุติเหตุการต่าง ๆ ที่เรากลัวและไม่ต้องการให้เกิดขึ้น แล้วถ้าวันหนึ่งเราแหวกม่านความกลัวนั้น ยอมเผชิญหน้ากับความจริง ยอมรับสิ่งที่ตัวเองทำไป มันจะดีกว่าไหม ดีกว่าที่เราจะต้องเก็บงำความรู้สึกต่อไป ไม่สามารถบอกให้ใครคนนั้นรู้ได้ แต่ทุกคนมีขีดจำกัดของความอดทน เมื่อพูดออกไปให้รับรู้ไม่ได้ ก็ต้องนำไปบอกกับใครต่อใครอีกหลายคนเพื่อระบายสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจ มันก็เหมือนการนินทาอย่างหนึ่ง ซึ่งฉันไม่อยากทำ

 

วันนี้เรื่องราวต่าง ๆ เกิดขึ้นกับฉันอีกครั้ง แต่มันไม่เหมือนครานั้น ฉันไม่ได้คิดมากกับเรื่องครั้งนี้ ไม่ได้รู้สึกแย่มากมาย เพราะเป็นฉันที่พอจะเข้าใจอะไรหลาย ๆ อย่าง แต่ถ้าใครคนนั้นเป็นคนอื่น เขาจะรู้สึกอย่างไร ฉันไม่รู้ว่าคนรอบกายแท้จริงเป็นคนอย่างไร แต่ก็รู้ได้ว่าไม่ใช่ทุกคนที่มีความอดทนเต็มร้อย ฉันกันตัวเองออกมาเป็นคนนอก เพื่อมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ฉันอาจคิดไปเองก็ได้ แต่ก็รู้สึกได้ว่า ถ้ายังเป็นอย่างงี้ต่อไป คนที่จะไม่เหลือใครก็คือเธอ เพราะไม่ใช่ใครที่เข้าใจเธอได้หมด

 

ตราบใดที่เธอยังคิดว่าเป็นศูนย์กลางของใครต่อใคร เธอจะหาใครเคียงข้างตลอดไปคงไม่ได้ บางครั้งคนเราต้องการกำลังใจจากคนอื่น คนอื่นเขาก็ต้องการเช่นกัน วันนี้ฉันยังอาจไม่พูดตรงประเด็น หลายคนที่อ่านอยู่อาจคิดว่าเป็นตัวเอง แต่...อย่าเสียเวลาคิดเลย ถ้าคุณไม่ใช่จะแคร์ทำไม แต่ถ้าวันหนึ่งวันไหน ที่ฉันตัดสินใจเปิดอกพูดออกไป ก็อยากให้เธอรู้ไว้ว่าฉันทำด้วยความหวังดี เธอไม่ฟังไม่เป็นไร เธอจะเถียงฉันไม่ว่า ถ้าเธอรับไม่ได้ฉันไม่โกรธ เราอาจจะไม่มีโอกาสพูดกันอีกครั้งหลังจากวันนั้น แต่อยากให้รู้ว่าที่ฉันต้องทำเพราะเป็นห่วง เธออาจจะเสียเพื่อนอย่างฉันไปสักคน ฉันก็ดีใจ ถ้าคำพูดฉันทำให้เธอคิด และสามารถรักษาเพื่อนได้มากกว่าหนึ่งคน มันคงทดแทนฉันได้

 

สำหรับใครอีกคนที่เคยเตือนฉัน ท้วงฉันไม่ให้พูดออกไป ฉันอยากบอกให้รู้ไว้ว่าฉันตัดสินใจดีแล้ว ถ้าวันนั้นฉันลงมือเมื่อไหร่ ก็ขอให้เธออยู่เป็นกำลังใจให้เขา เพราะฉันคงไม่เข้าใจความคิดเขาได้ดีเท่าเธอ แล้วระหว่างเราฉันหวังว่าเรายังคงเป็นเพื่อนกันได้ต่อไป

April 03

ใครคนนั้นที่ห่างจากชีวิตฉันไปกว่าสิบปี

 

 

การที่เราจะฝันถึงใครคนหนึ่งยามหลับมันคงเป็นเรื่องที่ไม่แปลกเท่าไหร่ แต่การที่ฝันถึงคนคนนั้นบ่อย ๆ ทั้งที่ไม่ได้พบหน้า ไม่ได้ติดต่อ ไม่ได้พูดคุยกัน มันก็ทำให้เราเก็บเอามาคิดว่าตอนนี้เค้าเป็นยังไง ครั้งแรกที่ฝันถึงก็แอบแปลกใจว่าทำไมเราต้องฝันถึงเค้าด้วย มันอาจเป็นเพราะเราเคยสนิทกันช่วงเวลาหนึ่ง แต่หลังจากนั้นเรากลับไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย มันเลยเป็นเหมือนช่วงเวลาดี ๆ ช่วงหนึ่งของชีวิตขาดหายไปกระทันหัน ในวันเดียวกันก็มีเพื่อนอีกคนเข้ามาชวนคุยถึงเพื่อนคนนี้ บอกว่าติดต่อไม่ได้ไม่ว่าจะเป็นเบอร์ที่บ้านหรือมือถือ เราก็เก็บไปคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาหรือเปล่า

พอคิดมากไปก็เริ่มเก็บกลับมาฝันอีกครั้ง พอตื่นขึ้นมาก็ทำให้อยากลองโทรไปหาดูว่าเค้าเป็นไงบ้าง แต่ก็ไม่กล้าโทรเพราะไม่รุ้จะคุยเรื่องอะไร ก็แค่อยากรู้ว่าสบายดีหรือเปล่า อีกไม่นานต่อมาก็ได้ยินข่าวคราวของเขาอีกว่าช่วงเวลาหนึ่งเขาต้องไปประจำที่ต่างจังหวัด เราก็เข้าใจว่าในช่วงเริ่มแรกของอาชีพการทำงานแบบนี้ จะเลือกที่ทำงานไม่ได้

ตอนที่ปิดเทอมได้กลับไทย พอขับรถผ่านหน้าที่ทำงานของพ่อเค้าก็จะมองเข้าไปดูทุกครั้งว่ามีเขาอยู่ในนั้นหรือเปล่า แต่แล้วก็ผิดหวังทุกครั้ง เพราะที่ทำงานพ่อเขาเปิดไม่ตรงกับเวลาที่รถเราขับผ่านไป เราว่าจะเลิกคิดเรื่องนี้เสียที แต่แล้วคืนก่อนเราก็ฝันอีกแล้ว ทุก ๆ ครั้งที่ฝันเขาจะเป็นประเด็นหลักของเรื่อง แต่ก็ใช่ว่าจะเห็นหน้าคาดตาในฝันอย่างชัดเจน แต่ครั้งนี้แปลกไป เพราะตลอดความฝันฉันเห็นหน้าเค้าชัดมาก ฉันรับรู้ผ่านความฝันว่าชีวิตเขามีเรื่องราวต่างๆ  ผ่านเข้ามามากมาย แม้แต่ตอนที่คุยกันเขาก็เพิ่งผ่านเรื่องราวที่ร้ายแรงที่สุดในชีวิต ในความฝันฉันสัมผัสได้ถึงความเสียใจของเขา ส่วนฉันเองก็เป็นห่วงเขาอย่างที่ไม่เคยเป็นห่วงมากขนาดนี้

ฉันอาจจะเพ้อเจ้อมากไป แต่การที่ได้ฝันถึงใครสักคน แล้วรู้สึกว่าเขากำลังทุกข์ กำลังเดือดร้อน มันก็ทำให้จิตใจเราไม่เป็นสุขเท่าไหร่  ตอนนี้แค่อยากได้รู้ว่าเขาเป็นยังไงบ้าง สุขสบายดีหรือเปล่า เราไม่ต้องมาพบ มาคุย มาเจอ หรือพูดจากันเหมือนสมัยเราเป็นเด็ก แต่แค่ได้รู้ข่าวว่าเขายังสบายดี แค่นี้ก็พอใจแล้ว

สำหรับเขาแล้วฉันเป็นอะไรไม่สำคัญ แต่สำหรับฉันเขาเป็นคนที่ฉันมีความรู้สึกดี ๆ ให้ เป็นคนที่ฉันรักอย่างที่เพื่อนคนหนึ่งจะรักได้ เป็นคนที่ฉันห่วงใย และอยากได้รับรู้เรื่องราวของเขามากที่สุด

 

โคตรคิดถึงใครคนนั้นเลย......

 

(หัวข้ออย่างกะเรื่องความรักป่ะ)

December 01

รักเธอไม่ได้(เหรอ)

 
 
ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ถึงไม่ลืมเธอ
มีเธอในใจฉันเสมอไม่เข้าใจ
อยากกอดเธอเอาไว้ สักเท่าไร
แต่หัวใจ ฉันก็รู้ดี จูบเธอได้ในฝัน
เท่านี้ แค่นี้ เพียงข้างในใจ

* รักไม่ได้ บอกกับตัวเอง หัวใจตัวเอง
ต้องห้ามตัวเอง บอกมันอย่าหวั่นไหว
รักเขาไม่ได้ เขาดียังไง
ชอบเขาเท่าไหร่ก็ต้องหยุดไว้เอง

เป็นบททดสอบของเบื้องบน ให้ค้นหาหัวใจ
ส่งมาให้ตัวฉันข้ามไป อยากจะลองใจฉันหรือเปล่า
จะได้รู้ว่ารัก หรือแค่เหงา ให้เห็นเงา สะท้อนหัวใจ
เก็บเธอไว้แค่ฝัน ได้ไหม เพราะหัวใจฉันก็เสียดาย

*,*
 
เราไม่สามารถเรียกร้องสิ่งใดได้จากความผิดพลาดในการตัดสินใจในอดีตที่ผ่านมา
แต่เราสามารถให้โอกาสตัวเองที่จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้งได้
จะให้โอกาสกลับไปรักเธออีกสักครั้งได้มั๊ย
แต่ถ้ามันเป็นไปไม่ได้ ก็ขอมองเธออยู่ตรงนี้ก็พอ
อยากคุยทุกวัน
อยากเข้าไปทักทาย
แต่สุดท้ายก็ไม่กล้าพอ
เรื่องที่ทำผิดในวันวาน จะให้อภัยได้มั๊ย?
(มัยชั้นเลวจังเลย..เฮ้อ)
November 01

What I mean to you???

 
 

เธอเห็นยอดเขานั้นมั๊ย?

ยอดเขาที่ในวันวานชั้นอยากปีนขึ้นไป ไปยืน ณ จุดสูงสุดอย่างภาคภูมิใจ มองเห็นสิ่งรอบตัวที่ใครหลายคนไม่มีโอกาสได้เห็น ในขณะเดียวกันหลายคนที่ไม่เคยเห็นชั้นในสายตา ก็จะประจักษ์ว่าชั้นมีตัวตน วันเวลาที่ผ่านไปชั้นค่อย ๆ ปีนป่ายไปยังจุดหมายจุดนั้น แต่...ยิ่งสูงยิ่งหนาว...ยิ่งสูงยิ่งเหงา...ยิ่งสูงยิ่งอ้างว้าง  ชั้นปีนเท่าไหร่ก็ไปไม่ถึงยอดซะที

 

ตอนนี้ชั้นปีนมา ณ จุดหนึ่งซึ่สูงกว่าคนหลาย ๆคน แต่ละขั้นที่สูงขึ้น คนก็น้อยลงเรื่อยๆ แล้วชั้นได้อะไรจากความยพยายาม? ภูมิใจมั๊ยที่ยืนอยู่เหนือคนมากมาย?

 

แน่นอนว่าชั้นภูมิใจ แล้วนอกนั้นล่ะชั้นได้อะไรอีก

ความว่างเปล่า นี่คือคำตอบ วันนี้ชั้นเงยหน้าขึ้นมามองรอบกาย ชั้นก็พบว่าชั้นเหลือตัวคนเดียวแล้ว คนที่ยืนอยู่ในระดับเดียวกะชั้นน่ะเหรอ ไม่ใช่เพื่อนชั้นเลย ทุกอย่างมีแต่การแต่งแย่ง ชิงดีชิงเด่น ถ้างั้นชั้นทำไปเพื่ออะไร?

 

ชั้นสู้ทุกอย่าง ชั้นสู้ทุกทาง เพื่อไปให้ถึงจุดนั้น เพื่อให้คนข้างกายชั้นภูมิใจ ให้หันกลับมามอง แม้เพียงเศษเสี้ยวของสายตาก็ยังดี แต่ถึงชั้นจะพยายามแค่ไหน เป็นดาวเด่นในสายตาคนอื่นซะเท่าไหร่ แต่มันไม่ใช่ในสายตาเธอคนนั้น ชั้นยังคงเป็นที่สองเสมอมา ชั้นเป็นรองคนที่ไม่เคยทำอะไรเลย คนที่อยู่เฉย ๆ ก็ได้รับความรักจากเธออย่างล้นเหลือ  ชั้นอิจฉา ! ชั้นยอมรับ แต่นั่นเมื่อนานมาแล้ว ตอนนี้ชั้นมีเพียงความน้อยใจ ทุกสิ่งที่ชั้นทำนั้นมันเพื่ออะไร ในเมื่อใจเธอยังคงมีแต่เขา และชั้นเป็นเพียงคนรับฟังยามที่เธอเป็นทุกข์จากเขา สรุปแล้วชั้นเป็นอะไรในสายตาเธอ?

 

โครตเหนื่อย

โครตท้อ

ชั้นก็มีขีดความอดทนเหมือนกัน

October 28

เหงา

 
 
เหงา
 
วันนี้เหงาจับใจ
 
มีเรื่องราวให้คิดมากมาย
 
สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปให้กับตัวเอง
 
ว่า
 
 
 
 
ชีวิตขั้นไร้สาระจริงๆ

เหงา

 
 
เหงา
 
วันนี้เหงาจับใจ
 
มีเรื่องราวให้คิดมากมาย
 
สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปให้กับตัวเอง
 
ว่า
 
 
 
 
ชีวิตขั้นไร้สาระจริงๆ
October 23

ความรักคืออะไร

           

ความรักคือสิ่งที่สวยงาม สวยงามยังไงชั้นไม่เคยเข้าใจ

 

ความรักคือสิ่งที่สวยงาม                     แต่สำหรับชั้นความรักเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น แล้วจะสวยงามได้อย่างไร

ความรักมีรสหวาน                              แต่สำหรับชั้นความรักมันกินไม่ได้

ความรักบางทีก็ขม                              แต่สำหรับชั้นถ้ากินไม่ได้แล้วจะรู้รสมั๊ย

ความรักทำให้โลกเป็นสีชมพู              แต่สำหรับชั้นแม้แต่สีทีโอเอก็ทำให้ทั้งโลกเป็นสีชมพูไม่ได้

ความรักคือความเข้าใจ                        แต่สำหรับชั้นเข้าใจว่าความรักเข้าใจยาก

สุดท้ายอะไรคือความรัก จะมีใครบอกกับชั้นได้มั๊ย

 

นึกถึงวันเก่าๆที่มีใครเคยแอบชอบเรา แล้วเราก็หลบหนีทุกครั้งที่รู้ เรากลัว...กลัวที่จะรักใคร

แต่บางครั้งเราก็"แอบ"ชอบใครต่อใคร ไม่ต้องบอกให้เค้ารู้ แล้วซักวันเราก็จะกลับมาเป็นเราคนเดิม

ฤา เราเป็นคนไม่ศรัทธาในความรัก?

 

(ห้องนอน ตอนตีสามพอดี)

ชั้นเป็นอะไรไป

 

ชั้นไม่ใช่คนไม่มีหัวใจ          แต่ชั้นเป็นคนหัวใจว่างเปล่า

ชั้นไม่ใช่คนไร้รัก                 แต่ชั้นไร้ซึ่งความรัก

ชั้นไม่อยากอยู่เดียวดาย        แต่ชั้นไม่อยากให้ใครรบกวน

ชั้นก็เป็นแบบนี้ เป็นแบบที่ใครหลายคนไม่เข้าใจ รวมทั้งตัวชั้นเอง....

 

(ห้องนอน ตอนเกือบตีสาม)

September 27

LoN€LyN€$&

 

 

ใครคนนั้นคือ...เธอ

 

   โดดเดี่ยวเดียวดายอ้างว้าง    เปราะบางเปล่าเปลี่ยวหงอยเหงา

มืดมนหม่นหมองเพียงเรา        ดุจดาวเดียวดายไร้จันทร์

ดุจใจไร้รักหล่อเลี้ยง                  ดุจเขียงไร้มีดสับหั่น

ดุจช้อนไร้ส้อมเคียงกัน             ดุจฉันขาดใจไร้เธอ

 

    (经济数学 27 Sep 07)

Hom€ $IcK

 

 

อารมเศร้า ๆ (แต่ไม่มากมายเท่าในกลอน)

 

  ใจคนึงพร่ำเพ้อ       โหยหา

จิตใคร่ถึงมาตา         หม่นเศร้า

คิดถึงถิ่นจากมา        นานเนิ่น

วันผ่านผันคืนเศร้า   หลั่งล้นหยาดตา

 

 

     (经济数学 27 Sep 05 )

$TuPiD D€gR€€

 

ปริญญาสำหรับคนโง่ๆ (อย่างเรา)

 

  ยามเรียนไม่เขียนงีบหลับ     ยามกลับไม่จับตำรา

ยามสอบไม่ตอบลอกมา         จบช้าปริญญาไม่มี

 

(高级微观经济 27 Sep 07)

September 25

中秋快乐 (吗?)

 

 

如何过节日?!?!?

 

节日了,该让自己过得开心一点,特别一点。所以今天我一定让自己过得非常好,吃得特别丰盛!!!

 

其实呢!!!

早上:忙着准备开题

中午:吃麻辣汤 (算了,晚上才吃大顿饭吧!)

下午:在外面等2个小时,为了开题10分钟 (惨吧?)

      打球也没有啥好玩儿 (球没气,好难打啊)

午饭:又吃麻辣汤 (唉!我大顿饭没了!)

晚上:上课到840

  

  这么重要的节日,我过得这么平淡呢!我表姐送来的月饼也没拿到! 所以我就出去买“土豆片”(认为可以)代替月饼!跟可乐一起吃。十一点多了,我的节日没啥特别了! 呜呜呜呜。。。

 

  不过,我的生活上还有好事吧! 早上朋友打电话来祝福,而且聊天了几十分钟。可我觉得对他不好意思,因为边准备开题,边跟他聊天。 他的电话让我的感觉非常好,至少还有人记得我吧!还有另外一个朋友,平时不怎么跟他聊天,可到节日时他每次回发信祝福我呢!他本人也不知道我有没有换号码,可他还发给我呢!感动。。。感动!!!

晚上我想不到的人还发信祝福我,虽然是个forward信,可我也感动!因为她不是我的朋友,可是我朋友的朋友。一年前跟她去旅游一天而已,可她还记得我呢!开心死了!

最让我好奇的是一条短信说我一定嫁给中国人的!!! 好像这个跟节日无关吧。看后觉得好玩儿吧,因为我原来没想到这一点。

 

12点了, 节日也快结束了,明天快开始了。 到底我过得非常好吗? 看看就知道了吧。没达到自己的目标,可心里充满开心。满意了!!! 

September 22

R€c€ntLy LiF€

 
อโคจร 's LiF€

 

 

回家见情切的人            去跟他们一起玩儿

出去海边与海滩                  到俺留下了些tear

很讨厌开题怎么           不用谈论文怎么

见导师还不知怎么解(释)  怎么加上油都没用

 

Chinese poem in Thai pattern

Translate : อยากกลับบ้านไปเจอคนใกล้ชิด    อยากไปเที่ยวกับมิตรให้สมหมาย

          อยากออกไปเที่ยวทะเลดูพื้นทราย    อยากมากมายถึงขนาดหลั่งน้ำตา

            โครตปวดหัวกับ"ไคถี"ควรทำงัย    ไอ้"ลุ่นเหวิน"หาวิธีเขียนแทบบ้า

          เจออาจารย์แทบเป็นใบ้ลืมปากมา     แรงฟันผ่าสู้สู้ดูเลือนลาง

 

 22 Sep 2005 (My room in Shanghai : Rainny day)

 

 

 

(no) FuTur€

 

ชะตา

 

ผ่านสองปีชีวีมืดหม่นหมอง

ไร้เพื่อนผองขาดมิตรจิตสร้อยเศร้า

อรุณรุ่งจวบราตรีมีเพียงเรา

แสนอับเฉาชีวิต(ใคร)ลิตขิตมา

 

 

     22 Sep 2005 (My room in Shanghai)

 
 
September 18

R€TuRN

 
คืนจันทร์ให้ใจ
 
"คืน"     เหงา       ดาวอ้างว้างอยู่กลางจิต
"จันทร์" มิด         ไร้แสงส่องเวหา
"ให้"     โศก        ตรมทุกข์ในอุรา
"ใจ"      ห่วงหา    คนึงถึง..(ใครกัน)..
  
 
    ๑๕ กันยายน ๒๕๕๐ (EF Shanghai)
 
 
 
April 29

To...PIK

 
 
ขอบใจที่แกเป็นเพื่อนชั้น
ขอบใจที่แกรับฟังปัญหาของชั้น
ขอบใจที่ช่วยชั้น
 
ชั้นคงเล่าอะไรอีกไม่ได้แล้วใช่มั๊ย ชั้นต้องอยู่กับตัวเองใช่มั๊ย ปัญหาของชั้นต้องไม่ให้ใครรับฟังอีกแล้วใช่มั๊ย
 
ชั้นอยากจะไปให้ไกล ไปเริ่มต้นอะไรใหม่ ๆ แต่ชั้นก็ทำไม่ได้ เพราะชั้นต้องเป็นลูกที่ดี
 
ชั้นจะไม่อัพบล๊อกอีกแล้วนะ

ไว้อาลัย

 
ไว้อาลัยให้กับชีวิตที่ (มีคนบอกว่า) เราเลือกเอง
 
เราเลือกเองเหรอ ???